หนุ่มหน้าใส หัวใจนักปรุง (Delicious Destiny)

เช้าตรู่วันหนึ่ง ณ เมืองเซี่ยงไฮ้… "ซ่งเจียหมิง" เผลองีบหลับและฝันถึงเหตุการณ์ตอนที่แม่ทิ้งคุณไป "เสี่ยวลี่" (บุตรสาว "หลูเผิงเฟย") ได้ยินเจียหมิงละเมอเรียกแม่ก่อนสะดุ้งตื่นจึงถามว่าฝันถึงแม่อีกแล้วหรือ เจียหมิงกลัวพ่อได้ยินเลยรีบจุ๊ปาก จากนั้นก็ไปช่วย "ซ่งเต๋อจง" ผู้เป็นพ่อ ดูแลและรับออเดอร์ลูกค้าอย่างกุลีกุจอ (พ่อของคุณเปิดร้านขายอาหารจีนประเภท ก๋วยเตี๋ยว ติ่มซำ ฯลฯ โดยมีเผิงเฟยเป็นผู้ช่วย) ทันใดนั้น "ไป๋หยาง" เพื่อให้นร่วมงานรุ่นน้องของคุณก็โทรฯ มาตามด้วยน้ำเสียงร้อนรน โดยบอกว่าดาราหนังที่ชื่อ "ลู่ซี" ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการยืนกรานว่าจะไม่ชิมอาหารประเภทหม้อไฟตามคลิปที่เจียหมิงสาธิตให้ดู (ลู่ซีอ้างว่าอาหารดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมีเกลือเยอะ หากทานเข้าไปจะทำให้ใบหน้าคุณบวม) แต่เจียหมิงมั่นใจว่าตนเอาอยู่จึงบอกให้ไป๋หยางใจเย็นๆ

ขณะที่เจียหมิงกำลังจะออกไปทำงาน อยู่ๆ ก็มีคนขับรถเฉี่ยวชนรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของคุณที่จอดอยู่หน้าร้านจนกระจกมองหลังหักกระเด็นต่อหน้าต่อตา เจียหมิงโกรธมากที่คนขับรถคันดังกล่าวข้างต้นชนแล้วหนีจึงรีบซิ่งรถตามไปพลางตะโกนบอกคู่กรณีให้หยุดรถ แต่รถคันดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นดันเลี้ยวขวากระทันหันบนถนนแคบๆ คุณเลี้ยวตามไม่ทันเพราะมีรถวิ่งสวนทางมา มิหนำซ้ำตรงหน้ายังมีรถขนของจอดขวางอยู่ คุณเลยขับรถพุ่งชนลังที่ถูกนำมาวางกองบนถนน แถมลวดเย็บลังยังเกี่ยวเสื้อคุณขาดอีกด้วย หลังไล่ตามไม่ทันคุณเลยได้แต่จำทะเบียนรถ "8848" ของคู่กรณีเอาไว้

เมื่อลู่ซียืนกรานว่าจะไม่ถ่ายหากทีมงานบีบให้คุณชิมอาหาร "จ้าวหาน" จึงขอให้ลู่ซีรับผิดชอบหน้าที่การเป็นผู้ดำเนินรายการ โดยบอกอย่างใจเย็นว่าพวกตนร่วมงานกันมาระยะหนึ่งแล้ว ตนจึงไม่อยากเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินรายการกลางคัน ลู่ซีได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจ คุณแย้งว่าตนอุตส่าห์ให้เกียรติมาร่วมงานกับรายการเรตติ้งต่ำของจ้าวหาน แต่ถ้าจ้าวหานไม่อยากได้รับเกียรตินี้ก็อย่ามาง้อตนในภายหลัง ลู่ซีกำลังจะกลับแต่เจียหมิงมาถึงพร้อมกาแฟดำพอดี เจียหมิงบอกลู่ซีว่ากาแฟดำช่วยขับพิษและลดอาการบวมน้ำบนใบหน้าได้  (จึงชิมอาหารที่มีเกลือได้โดยไม่ต้องกลัวหน้าบวม) ดังนั้น ไม่ว่าถ่ายมุมไหนลู่ซีก็จะสวยเสมอ เจียหมิงแกล้งอวยว่าลู่ซีกำลังเป็นที่กล่าวถึงในโลกโซเชียล จากนั้นก็นำโพสต์และคอมเมนต์ที่ตนเมคขึ้น (พร้อมปั่นยอดวิว) มาหลอกลู่ซีว่าแฟนคลับ ชื่นชอบหน้าที่การเป็นนักชิมอาหารของคุณ ลู่ซีเห็นดังนั้นจึงยอมทำตามสคริปต์แต่โดยดี จ้าวหานเห็นเสื้อเจียหมิงมีรอยขาดจึงนำเสื้อนอกมาคลุมให้และกล่าวชมวิธีแก้ปัญหาของคุณ

ในเวลาเดียวกันนั้น "หลี่อวี่เจ๋อ" (หรือ "เชฟหลี่") หัวหน้าเชฟและเจ้าของภัตตาคารอาหารตะวันตกสุดหรูที่มีชื่อว่า  "อ้ายหลู"  (Alain) ซึ่งถูกพนักงานเรียกลับหลังว่า "ปีศาจน้ำแข็ง" พึ่งจะเดินทางมาถึงที่ร้าน เมื่อมาถึงเขาก็ตรงไปยังห้องครัวเพื่อให้ทดสอบความสามารถปรุงอาหารของเหล่าเชฟ ก่อนลองชิมความสามารถของแต่ละคน จากนั้นก็ติชมและให้คำแนะนำ ครั้นพบว่าวัตถุดิบที่จะนำมาประกอบอาหารไม่ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ เขาจึงสั่งให้ "อาชง" เปลี่ยนไปซื้อเจ้าใหม่ที่คุณภาพดีมากยิ่งกว่าโดยไม่เกี่ยงเรื่องราคา

"หลี่เจี้ยนกั๋ว" (หรือ "ประธานหลี่" พ่อของอวี่เจ๋อ) เจ้าของธุรกิจอฆ่าิมทรัพย์รายใหญ่ พึ่งมาถึงที่ทำงานได้ไม่ทันไรก็ถูกเหล่าผู้ถือหุ้นรุมถามถึงข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดว่าโครงงานก่อสร้างของบริษัทมีปัญหาเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ประธานหลี่ปฏิเสธและพยายามอธิบายแต่ "เยี่ยอี่หลาน" อาสารับมือผู้ถือหุ้นและลบข่าวลือที่ปรากฏบนสื่อต่างๆ เอง หลังเคลียร์ข่าวลือเรียบร้อยแล้ว ประธานหลี่ก็กล่าวชมอี่หลานที่จัดการปัญหาต่างๆ ได้อย่างสุขุมและรวดเร็ว แต่เขาอดเสียดายไม่ได้ที่ลูกชายหลงใหลการทำอาหารมากกว่าการสืบทอดธุรกิจของครอบครัว ทันใดนั้นก็มีคนโทรฯ มารายงานอี่หลานว่าเกิดปัญหาขึ้นที่ไซต์งาน อี่หลานจึงโทรฯ บอกอวี่เจ๋อ หลังวางสายอวี่เจ๋อก็บอกให้อาชงนำเงินสดทั้งหมดในร้านมาให้ตน

ไป๋หยางแจ้งเจียหมิงว่าบริษัทจะให้รถตู้นำเทปทั้งหมดไปส่งที่สถานี เพื่อให้จะได้ตัดต่อเสร็จทันออกอากาศคืนนี้ และย้ำว่าคุณต้องไปให้ทัน เจียหมิงบอกให้ไป๋หยางวางใจเพราะตนนำส่งเทปบ่อยและยังมีเวลาเหลืออีกตั้งครึ่งชัวโมง (คุณกำลังอยู่บนท้องถนนที่รถติดหนักมาก) ครั้นเหลือบเห็นรถหมายเลขทะเบียน "8848" ของคู่กรณีอยู่ทางด้านหน้า คุณจึงรีบวางสายก่อนขี่สกู๊ตเตอร์ลัดเลาะไปจอดขวางหน้ารถคันดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วทันที ปรากฏว่าคู่กรณีของคุณคืออวี่เจ๋อ เขาไม่รู้ว่าตนทำรถสกู๊ตเตอร์ของเจียหมิงเสียหายตอนไหนจึงสงสัยว่าคุณเป็นพวกสิบแปดมงกุฏที่มารีดไถเงิน ถึงกระนั้นเขาก็ควักเงินให้คุณจำนวนหนึ่งหมายสิ้นเรื่องสิ้นราว แต่เจียหมิงอยากได้ยินคำขอโทษจากปากเขาก่อนจึงไม่ยอมรับเงิน 

อวี่เจ๋อตัดบทด้วยการบอกว่าตนมีธุระสำคัญต้องรีบไปจัดการและจะเดินกลับไปขึ้นรถ แต่เจียหมิงขวางไว้เพราะยังเคลียร์กันไม่จบ อวี่เจ๋อจึงเหน็บว่าเป็นสิบแปดมงกุฏที่ถูกคนตราหน้าว่าขยะสังคมยังไม่พอ ดันมาขวางทางคนอื่นเหมือนหมาข้างถนนอีก  เจียหมิงโกรธมากที่เขาเปรียบคุณเหมือนหมา จึงประณามว่าเขาไม่มีเหตุผล อวี่เจ๋อย้ำว่าตนมีเรื่องเร่งด่วนจึงไม่มีเวลาต่อปากต่อคำกับคุณจริงๆ และขอให้คุณหลีกทาง ครั้นเห็นเขาบังอาจแตะต้องน้อง "เหมาเหมา" (อวี่เจ๋อจะเข็นรถสกู๊ตเตอร์ของคุณให้พ้นทาง) เจียหมิงจึง 'กัด' แขนเขาด้วยความโกรธ ก่อนขี่สกู๊ตเตอร์หนีไปโดยไม่รับเงินค่าเสียหาย ครั้นมองว่ารถติดหนักโดยไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน อวี่เจ๋อจึงตัดสินใจทิ้งรถแล้วคว้าถุงกระดาษใส่เงินวิ่งไปตามถนน เจียหมิงเห็นอวี่เจ๋อวิ่งแซงหน้าคุณไปถึงได้รู้ว่าเขากำลังรีบจริงๆ คุณเห็นคนเดือดร้อนแล้วไม่อาจทนนิ่งดูดายจึงอาสาพาเขาไปส่งที่ไซต์งานก่อสร้าง

ปรากฏว่า "เสี่ยวจ้าว" ช่างสำรวจประจำไซต์งาน ซึ่งถูกประธานหลี่ไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรมมาหมาดๆ ขู่ว่าจะกระโดดตึกหากประธานหลี่ไม่ยอมมาพบตนที่นี่ ครั้นประธานหลี่เดินทางมาถึงเขากลับยิ่งโกรธแค้นจึงลากประธานหลี่ขึ้นไปเป็นตัวประกันบนตึกที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และขอให้ประธานหลี่อธิบายเหตุผลที่ไล่ตนออก (หัวหน้าเสี่ยวจ้าวทำงานผิดพลาด แต่เสี่ยวจ้าวกลับถูกประธานหลี่ไล่ออกด้วย) อี่หลานไม่กล้าแจ้งตำรวจเพราะกลัวเสี่ยวจ้าวคลั่งหนักกว่าเดิม คุณเลยคิดว่าถ้าเขาได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างสภาพการณ์อาจดีขึ้น (และนี่ก็เป็นเหตุผลที่คุณโทรฯ หาอวี่เจ๋อ) ครั้นได้ยินอี่หลานเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้อวี่เจ๋อฟัง เจียหมิงจึงเดาว่าประธานหลี่คิดเลิกจ้างพนักงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยจึงหาเรื่องไล่ออก และเหน็บว่าถ้าอุทิศตนให้บริษัทแล้วโดนไล่ออกแบบไร้เหตุผลเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็สติแตกทั้งนั้น

อี่หลานสงสัยว่าเจียหมิงเป็นใครถึงได้บังอาจติชมบริษัทของตน เจียหมิงประกาศว่าตนชื่อ "ซ่งเจียหมิง" อวี่เจ๋อตัดบทว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทำให้เสี่ยวจ้าวอารมณ์เย็นลง เขายังบอกอี่หลานด้วยว่าตนนำเงินมาแล้ว หากพ่อไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้เสี่ยวจ้าว ตนจะจ่ายแทนเอง เมื่ออวี่เจ๋อกับอี่หลานขึ้นไปบนตึกก็พบว่าเสี่ยวจ้าวยังคงคลุ้มคลั่งและไม่ไว้ใจใครเลย (เสี่ยวจ้าวต้องการให้ผู้หญิงเป็นคนส่งมอบเงินชดเชย) เขาใช้แขนข้างหนึ่งล็อคคอประธานหลี่เอาไว้ ส่วนอีกข้างถือมีดข่มขู่ แถมทั้งคู่ยังยืนหมิ่นเหม่ริมขอบอาคารซึ่งยังไม่ได้ก่อผนังอีกต่างหาก เขาตะโกนห้ามไม่ใครเผ่านาใกล้ ก่อนตัดพ้อว่าตนทุ่มเทแรงกายให้ไซต์งานแห่งนี้มานานหลายเดือนโดยไม่เคยหยุดพักแต่ประธานหลี่กลับไล่ตนออก เขาจึงขอให้ประธานหลี่แจกแจงว่าตนทำอะไรผิด

อวี่เจ๋อบอกให้เสี่ยวจ้าวใจเย็นๆ จากนั้นก็ยกถุงเงินให้ดูและพยายามเดินเข้าไปหา เสี่ยวจ้าวรู้สึกหวาดระแวงจึงร้องห้ามว่าอย่าเผ่านา ซ้ำยังเตะอุปกรณ์ก่อสร้างวางที่อยู่ตรงหน้าหมายขู่ให้ทุกคนถอยไป และนั่นก็ทำให้อี่หลานโดนบางสิ่งบาดข้อเท้าจนเป็นแผล เจียหมิงเห็นดังนั้นจึงเผ่านาช่วยพูดจา คุณได้ยินเสี่ยวจ้าวพูดสำเนียงหนิงโปจึงบอกว่าพวกตนเป็นคนบ้านเดียวกัน จากนั้นก็หยิบถุงใส่เงินขึ้นมา อวี่เจ๋อคิดว่าสภาพการณ์ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงจึงแย้งว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจียหมิง เจียหมิงแย้งกลับว่าคุณชอบช่วยเหลือเพื่อให้นมนุษย์ และชี้ว่าเสี่ยวจ้าวต้องการให้ผู้หญิงเป็นคนส่งมอบเงิน ที่นี่มีผู้หญิงแค่สองคน ในเมื่อคนหนึ่งบาดเจ็บ นอกจากคุณแล้วยังมีใครให้เลือกอีก

เสี่ยวจ้าวเริ่มรู้สึกอ่อนล้าและเครียดหนักขึ้นจึงเร่งให้รีบส่งเงินมามิเช่นนั้นจะกระโดดตึกพร้อมประธานหลี่ อวี่เจ๋อไม่มีทางเลือกจึงยอมให้เจียหมิงถือถุงเดินเข้าไปหาเสี่ยวจ้าว ครั้นเสี่ยวจ้าวยื่นมือข้างที่ถือมีดมารับถุงเงิน เจียหมิงกลับรั้งถุงเงินเอาไว้พลางพูดเกลี้ยกล่อมให้เขาขยับเผ่านาทางด้านใน โดยบอกว่าจะพาไปกินบัวลอยหนิงโป  (บัวลอยไส้งาดำผสมน้ำมันหมู – หนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของหนิงโป) ประธานหลี่เห็นเสี่ยวจ้าวเริ่มสงบลงหลังเจียหมิงพูดเกลี้ยกล่อมจึงฉวยโอกาสสะบัดตัวหนี  เจียหมิงรีบผลักเสี่ยวจ้าวเข้าไปทางด้านในจนตัวเองเกือบหงายหลังตกตึก โชคดีที่อวี่เจ๋อวิ่งมาคว้าแขนคุณเอาไว้ได้ทัน หลังสภาวะคลี่คลายประธานหลี่บอกให้อี่หลานแจ้ง (โกหก) สื่อต่างๆ ว่าเหตุการณ์ในวันนี้ไม่เกี่ยวกับบริษัทแต่เป็นปัญหาส่วนตัวของเสี่ยวจ้าว จากนั้นก็ขอตัวไปกำชับข้างแผนการ (ให้พูดแบบเดียวกัน) เจียหมิงได้ยินดังนั้นจึงแอบเหน็บประธานหลี่ อวี่เจ๋อ และอี่หลานว่าเป็นพวกนักธุรกิจใจยักษ์ใจมาร

อวี่เจ๋อประคองอี่หลานไปส่งที่รถตู้ โดยบอกว่าจะขับรถคุณกลับไปก่อน แล้วค่อยไปรับคุณที่โรงพยาบาล หลังส่งอี่หลานแล้วเขาก็เดินไปขวางหน้ารถสกู๊ตเตอร์ของเจียหมิง เจียหมิงจึงเอาคืนด้วยคำพูดที่เขาเหน็บแนมคุณก่อนหน้านี้ (เป็นสิบแปดมงกุฏที่ถูกตราหน้าว่าขยะสังคมยังไม่พอ ดันมาขวางทางคนอื่นเหมือนหมาข้างถนนอีก) อวี่เจ๋อชี้ว่าตนก็แค่อยากขอบคุณ เจียหมิงอ้างคำสอนของพ่อโดยบอกว่า… ทุกครั้งที่ช่วยเหลือผู้อื่นก็จะมีมิตรเพิ่ม แต่ไม่วายเหน็บว่าเรื่องอย่างงี้คนใจจืดใจดำอย่างอวี่เจ๋อไม่มีวันเข้าใจ ครั้นไป๋หยางโทรฯ มาเร่งให้รีบส่งเทปก่อนที่รถตู้ส่งของจะออกไปเสียก่อน เจียหมิงจึงขอเวลาอีก 10 นาที ปรากฏว่าสกูตเตอร์เจ้ากรรมดันสตาร์ทไม่ติด อวี่เจ๋อมองว่าเจียหมิงมีธุระด่วนจึงอาสาพาไปส่ง